โรค ไข้เฉียบพลัน ที่อาการยังไม่แน่ชัด (Acute Febrile Illness (AFI)) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร


เขียนโดย
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
อาการไข้เฉียบพลัน จัดเป็นอาการป่วยที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด สาเหตุของอาการไข้เฉียบพลัน มักเกิดเนื่องจากโรคติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุสามารถบ่งบอกหรือวินิจฉัยได้หากมีอาการร่วมอื่นๆที่บ่งชี้ แต่บางครั้งอาการไข้เฉียบพลันที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุได้ในระยะแรก เนื่องจากร่างกายยังไม่แสดงอาการอื่นๆ ส่งผลให้ตรวจร่างกายไม่พบอาการ ดังนั้นพื่อหาสาเหตุ จึงจำเป็นต้องทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ ทำการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
อาการของโรค
อาการไข้เฉียบพลัน คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิมากกว่า 37.8 องศาเซลเซียส อาจเกิดร่วมกับการทั่วๆไป ที่ไม่บ่งชี้โรคใดๆ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร กินได้น้อย ปวดหัว มึนๆศีรษะ โดยอาการไข้ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถหายได้เอง และ โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนมีน้อยมาก
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
การตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นการตรวจเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยของแพทย์ที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการไข้เฉียบพลันว่ามาจากสาเหตุใด โดยทั่วไปแพทย์จะตรวจเพิ่มเติมเบื้องต้นก่อน คือ
- การตรวจนับเม็ดเลือดและความสมบูรณ์ของเลือด (Complete Blood Count) คือการตรวจปริมาณเม็ดเลือดขาวว่ามีปริมาณต่ำหรือสูงกว่าปกติ หากน้อยกว่า 5,000 อาจจะทำให้สงสัยสาเหตุก่อโรคจากไวรัส หรือการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง แต่ถ้ามากกว่า 10,000 cells / mm³ จะช่วยบ่งบอกได้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย
- การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อทำการวินิจฉัยการติดเชื้อที่บริเวณทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากในระยะแรกผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจจะยังมีอาการไม่ชัดเจน หรือ ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยนอนติดเตียงที่มักจะเกิดปัสสาวะติดเชื้อได้บ่อย แต่ไม่สามารถสื่อสารอาการได้ชัดเจน การตรวจพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ หากการตรวจเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติ แพทย์จะทำการนัดหมายผู้ป่วยเพื่อติดตามอาการในอีก 1-3 วันถัดไป เพื่อติดตามดูว่าจะมีอาการใดเพิ่มเติม หรือมีผลเลือดเปลี่ยนแปลงที่ช่วยบ่งชี้โรคเพิ่มเติมได้
แนวทางการดูแลรักษา
ถ้าหากแพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยระบุโรคได้ การรักษาส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาตามอาการไปก่อน เช่น ให้ยาลดไข้ หรือยาลดการอักเสบ ให้เกลือแร่และวิตามิน และ แนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตอาการตนเอง และ นัดมาติดตามอาการอีกทีหนึ่ง เพื่อตรวจหาสาเหตุที่อาจก่อโรคเพิ่มเติม จนกว่าจะได้วินิจฉัยสุดท้าย และให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ
ข้อควรระวัง
หากมีอาการหอบเหนื่อย ปวดศีรษะมาก หนาวสั่น สับสน หรือซึมลง ควรรีบกลับมาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษา และ พิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อ หรือ รับไว้รักษาในโรงพยาบาลต่อไป